เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๑๓ ม.ค. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต


ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี


ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเสริฐมาก

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมนะ ทอดธุระ “จะสอนใครได้หนอ จะสอนใครได้หนอ” แต่ด้วยอำนาจวาสนาไง ด้วยการสร้างสมบุญญาธิการมาไง ก็สอนได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าสอนได้ สอนได้มันก็ต้องเลือกสอนเฉพาะไง

ถ้ามันเลือกไม่ได้ มันเลือกไม่ได้มันเป็นเรื่องโลก มันจินตนาการไปทั้งนั้นน่ะ แล้วมันคิดว่าเหมือน คิดว่าเหมือน แต่มันไม่เหมือนหรอก แล้วไม่เหมือนๆ ไม่เหมือนไม่ใช่ธรรมดาด้วยนะ ไม่เหมือนเวลามันพลิกมันแพลงไปแล้วนะ มันจะให้โทษมากมายมหาศาล

แต่ถ้าเป็นธรรมๆ ขึ้นมานะ มันเป็นธรรมมันไปฆ่ากิเลสน่ะ เวลาพญามาร มารในหัวใจของตนน่ะ ชนะตนประเสริฐที่สุด แล้วมันประเสริฐที่ไหนในทางโลก ทางโลกมันต้องชนะคนอื่น มันต้องกอบโกยให้มากมาย มันต้องเป็นรัฐบุรุษมันถึงจะชนะ แต่ทางธรรม ทางธรรมมันไม่ใช่ ทางธรรม ก่อเวรก่อกรรมทั้งสิ้น

ดูสิ ดูประวัติศาสตร์ ไม่มีชาติใดอยู่ได้ยั่งยืนตลอดไปหรอก เจ้าโลกๆ นะ มันต้องโรยราไปเป็นเรื่องธรรมดา มันเรื่องธรรมดานะ เป็นสัจจะธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง

แล้วเราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาไง แล้วเราศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจะประพฤติปฏิบัติไง แล้วว่าจะยิ่งใหญ่ๆ มันไปเหยียบย่ำทำลายเขาทั้งนั้นน่ะ มันเหยียบย่ำทำลายตนเองก่อน เพราะด้วยความหลงของตน ด้วยตนไม่เข้าใจของตน นึกว่าเป็นธรรมๆ เป็นธรรมตรงไหนวะ

เป็นธรรม วันนี้วันพระ ปกติสุข องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวิมุตติสุขๆ นะ ถ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทอดธุระนะ เราจะไม่มีพระพุทธศาสนา

แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ในบรรดาสัตว์สองเท้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด ขวนขวายๆ มา “มารเอย เมื่อใดภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาของเรายังไม่เข้มแข็ง ยังไม่แก่กล้า เราจะไม่ยอมนิพพาน”

วางรากฐาน วางความมั่นคงไว้ในที่ไหนล่ะ

วางความมั่นคงไว้ที่พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวา

เบื้องขวาๆ ปัญญาวิมุตติ มีสติปัญญาในพระพุทธศาสนา ละเอียดลึกซึ้งขนาดไหน ทางโลกนะ ไร้สาระ นั่นเป็นเครื่องหมายเท่านั้น ปูนหมายป้ายทาง มันเป็นป้ายบอกทางเท่านั้น แล้วป้ายบอกทาง แล้วคนที่จะเดินไป เดินตามป้ายนั้นจะเดินอย่างไร แล้วจะเดินถึงที่ไหน

นี่ไง มันเป็นเรื่องป้ายหมายบอกทางเท่านั้น แล้วก็ไปตื่นกับมัน บ้าบอคอแตกอยู่อย่างนั้นน่ะ มันจะเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้อย่างไร

มันเป็นจริงเป็นจัง นั่นน่ะป้ายหมายบอกทาง แล้วหนทางที่เราจะเดินไป เดินไปมันเป็นสัจจะเป็นความจริงหรือไม่

ถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงหรือไม่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทอดธุระ ทอดธุระก็ทอดธุระตรงนี้นี่แหละ ทอดธุระมันทำไม่ได้ มันทำไม่เป็น มันไม่มีอำนาจวาสนา มันทำแล้วไม่มีโอกาส ถ้ามีโอกาสขึ้นมา ทุกคนก็ปรารถนาทั้งนั้นน่ะ แต่ล้มเหลวไปมากมาย

ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมามันมีสัจจะมีความจริงของมัน มันตั้งกติกานะ เราจะไม่วุ่นวายกับใครทั้งสิ้น เพราะวุ่นวายนั้นน่ะมันเป็นภาระหน้าที่ของสังคมของโลกเขา หน้าที่ของเรานะ เราจะชนะตนเองของเราให้สิ้น ของเราต้องชนะใจของเราให้ได้ ถ้าชนะใจของเราให้ได้ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มีไง แล้วเป็นสัมมาสมาธิไง

วันนี้วันพระๆ ความปกติสุขไง ทางโลกๆ เขาก็ได้แค่นี้แหละ ได้แค่นี้ ทำความสงบได้หรือทำสมาธิได้ ขนาดทำสมาธิได้เขายังเป็นความมหัศจรรย์ เป็นความตื่นเต้น ใครทำความสงบของใจได้นะ จะเป็นชาวพุทธไง เพราะพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เขาเริ่มต้นจากที่นี่ เริ่มต้นจากเอาหัวใจ เห็นไหม ที่ความเชื่อของพวกเรามันเป็นศรัทธาความเชื่อทางโลกๆ ไง แต่ถ้าเป็นอจลศรัทธา

ทำไมถึงเป็นอจลศรัทธาล่ะ

อจลศรัทธา ศรัทธาที่ไม่เสื่อมคลาย เพราะศรัทธาที่มันรู้มันเห็นของมันอยู่อย่างนั้นไง มันรู้มันเห็นตามความเป็นจริงที่ว่าจิตมันสงบขึ้นมาไง จิตมันเป็นพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานไง พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ถ้ามันเป็นสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรม นี่ไง ป้ายหมายบอกทาง นั่นเป็นปูนหมายป้ายทางทฤษฎี ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นการชี้ทาง แล้วเวลาเอาจริงเอาจังขึ้นมา เราต้องก้าวเดินไปตามหนทางนั้น

หนทางนั้นคืออะไร

หนทางนั้นคือใจของตนไง

จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันมหัศจรรย์นะ เราเกิดในภพชาติหนึ่ง ทางวิทยาศาสตร์เกิดมาจากไหน เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เกิดจากเวรจากกรรมของมึงน่ะ กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เพราะเราเกิดแล้วเราก็อยากจะเกิดกับพ่อแม่ที่ดีงามทั้งนั้นน่ะ ดูสิ เวลาเกิดที่เด็กมันไม่พร้อม เอาไปทิ้งถังขยะไง

ในสมัยพุทธกาลนะ ที่ว่าเขาเกิดมาแล้วเขามีบุญมาก พ่อแม่เขาเอาไปทิ้งไง ควายนะ ฝูงควายที่เขาเลี้ยง ควายสมัยโบราณไง หัวหน้าฝูงมันไปยืนคร่อมไว้นะ คร่อมเด็กๆ ราชกุมารนั้นไว้ ควายทั้งฝูงเดินผ่านไป รอดพ้นจากความตาย

เขาไปทิ้ง ทิ้งถังขยะ เขาไปทิ้งนะ คนที่มีบุญมีกุศลนะ พ่อแม่เขาไม่พร้อม เอาไปทิ้ง เอาไปตัดตอนเพื่อจะไม่ให้มีผลขึ้นมาถึงตัวเอง เวลาสุดท้ายแล้วนะ กษัตริย์เก็บไปเลี้ยง จนเป็นราชกุมาร จนเกิดมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ นี่ความที่กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา ด้วยเวรด้วยกรรมของเขา

นี่ก็เหมือนกัน เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา อาการ ๓๒ นะ เราเกิดในพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนานะ ถ้าเราได้ประเพณีวัฒนธรรมนะ เกิดมาในประเทศไทย มันมองไปไหนมันมีแต่วัดแต่วา วัดวาอารามเหลืองอร่ามไปหมดนะ เช้าขึ้นมาเห็นพระออกบิณฑบาต เห็นสมณะ ธงชัยพระอรหันต์ มันได้คิดขึ้นมาบ้างหรือไม่

แต่ถ้าเป็นทางโลก เห็นไหม เป็นลูกตุ้มสังคม เอารัดเอาเปรียบนะ

เอารัดเอาเปรียบ ถ้ามันเอาใจของมันอยู่ได้ เอารัดเอาเปรียบแล้วเป็นสงฆ์ที่ดีงาม มันจะเอารัดเอาเปรียบที่ไหน มันไปเผชิญกับกิเลสในใจของตนนะ แล้วถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เราคิดได้หรือไม่ เราเป็นจริงของเราหรือไม่ ถ้าเป็นจริงขึ้นมานะ มันระลึกถึงขึ้นมาไง ทำไมเขาใช้ชีวิตอย่างนั้น เขามีความสุขอย่างไร

เวลาเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาไง ครูบาอาจารย์ของเรานะ บวชตั้งแต่เป็นสามเณร เป็นสามเณรน้อยทั้งนั้น เกิดชายขอบของสังคมไง เกิดในประเทศอันสมควรไง พ่อแม่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาไง ขอร้องเลย

ครูบาอาจารย์ของเราหลายๆ องค์มากเลย แม่สั่งไว้ “ลูก ลูกต้องบวชให้แม่นะ ลูกต้องบวชให้แม่นะ”

ครูบาอาจารย์เราหลายองค์มากนะ ระลึกถึงคำสั่งของแม่ แม่บอกให้บวชๆ ใจมันก็มีกุศลก็อยากบวชนั่นแหละ แต่คำสั่งของแม่มันเร่งเร้า มันเร่งเร่าให้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมา

อย่างเช่นประวัติหลวงปู่ลีก็เหมือนกัน พ่อแม่สั่งไว้เลย สิ่งที่เป็นจริงเป็นจังขึ้นมาไง “บวชให้แม่นะ บวชให้แม่นะ” ถ้าบวชแล้วก็ศึกษาค้นคว้าขึ้นมา ถ้ามันมีอำนาจวาสนา มันเป็นสัจจะความจริงของเขาไง

เห็นไหม ธรรมและวินัยเป็นป้ายบอกทาง หนทางของเรา เราทำได้หรือไม่ได้ ถ้าเราทำได้ของเราขึ้นมา วันพระๆ พระมันต้องปกติสุข สุขสงบสิ มันไม่เหมือนทางโลกเขา

ทางโลกมันไม่ใช่อย่างนั้นๆ ไง เวลาธรรมทูตๆ ไง ไปเผยแผ่ธรรมๆ

ไปกราบลาหลวงตาพระมหาบัว เราอยู่นั่น

“จะเอากิเลสไปเผยแผ่หรือจะเอาธรรมไปเผยแผ่ เอาธรรมที่ไหนไปเผยแผ่”

แต่ถ้าเป็นทางโลกก็ถูกต้องของเขา ธรรมทูต พระพุทธศาสนาจะเจริญงอกงามไปทางโลก โลกเขาควรจะศรัทธา

แต่ความจริงแล้วนะ เขาอยากมีความสุขของเขา ศึกษาเขาก็ศึกษาของเขานั่นแหละ เวลาไปแล้ว ถ้าเป็นพระที่ดีงาม คำว่า “พระที่ดีงามมีศีลมีธรรม” นั่นก็เป็นพระที่ชื่นชมแล้ว ชื่นชมของเขา เขาอยู่ในศีลในธรรมของเขา เขาทำหน้าที่ของเขา

ไอ้เรา เราก็ว่าไอ้นั่นธรรมะธรรมกระดาษ ของเรามันจะเป็นข้อเท็จจริงเนื้อหาสาระ แต่พฤติกรรมมันเลวร้ายยิ่งกว่าเขา

ถ้าพฤติกรรมของเรา เห็นไหม เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ญาติโยมเขาศรัทธาของเขา เขาชื่นชมของเขา เขาขวนขวายของเขา แล้วเวลาออกประพฤติปฏิบัติไง ไปหาบ้านน้อยๆ สองหลังสามหลังก็พอ เขาจะมากวน เขาจะมากวน

ไอ้นี่เขาไม่ใช่มากวน เราไปกวนเขา กวนบ้านกวนเมือง เขาจะมากวนไง จะถามธรรมะ จะคุยธรรมะ จะขอธรรมะ แต่ไปอยู่บ้านหลังน้อยๆ ไปอยู่เถียงนาสองหลังสามหลัง เขาไม่มีเวลามาคุยกับเราหรอก ไร่นาเขา พืชสวนเขา เขาดูแลของเขาทั้งวัน เขาหาอยู่หากินพอปากพอท้องของเขา แล้วเขามีศรัทธาในพระพุทธศาสนาไง อย่างน้อยก็ขอข้าวสักปั้นหนึ่งตกใส่บาตรก็พอแล้ว แล้วเราฝึกหัดปฏิบัติของเราให้เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา

เวลาพระปฏิบัติขึ้นมา เขาปฏิบัติเพื่อความสงบสงัดไง ไม่ใช่พล่ามๆๆ มันไม่ใช่หนทางไง มันไม่ใช่ทาง มันขัดแย้งกับความสงบสุขในใจ

วันพระ วันพระคือผู้ประเสริฐ ประเสริฐคือหัวใจมันประเสริฐ

ไอ้นี่ห่มผ้ากาสาวพัสตร์ เกิดในประเทศไทยไง วัดวาอารามมากมายมหาศาล มองไปไหนเห็นแต่วิหารทองคำ โอ้โฮ! มันเหลืองอร่าม มันเป็นประเพณีวัฒนธรรมที่เราชื่นชม ใช่ มันเรื่องทางโลก ใช่ เกิดในดินแดนพระพุทธศาสนา ใช่ มันมีศีลมีธรรม แต่ถ้าเป็นความจริงขึ้นมาล่ะ

เป็นความจริงขึ้นมา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวิมุตติสุขๆ พระพุทธศาสนาถ้ามันเป็นความจริงขึ้นมา เนื้อหาสาระตามข้อเท็จจริงนั้น ถ้าตามข้อเท็จจริงนั้น มันมีวิหารธรรม มีสัจจะมีความจริงขึ้นมา แล้วความจริงขึ้นมามันมีการกระทำขึ้นมา หนทางที่เราจะก้าวเดินไง

ก้าวเดินเริ่มต้นเอาชนะตนเองให้ได้ ให้สงบระงับเข้ามาก่อน สงบระงับแล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนา ให้มันเห็นเป็นภาวนามยปัญญา ถ้าภาวนามยปัญญาถ้ามันเกิดขึ้น ธรรมจักรมันหมุนน่ะ หมุนติ้วๆๆ

ติ้วๆ มาจากไหน

มาจากสติ มาจากสมาธิ แล้วติ้วๆ ไป เริ่มต้นจากติ้วๆ มันเป็นภาวนามยปัญญา

แล้วถ้าสมาธิมันยุบยอบลง เสื่อมลง มันมีอะไร

สัญญาทั้งนั้นน่ะ สัญญาคือปูนหมายป้ายทางไง นั่นคือสัญญา สัญญาเพราะมันเขียนไว้นั่นไง สัญญาก็มันเห็นป้ายอยู่นั่นไง มันจะเสื่อมไปไหน ก็ป้ายมันเขียนอยู่ กูก็เห็นน่ะ แต่จิตของมันเป็นมันก็เป็นสัญญา

แล้วสัญญา ป้าย เราอ่านแล้ว เราดูแล้วเราต้องตีความ ป้ายมันไม่มีชีวิต ป้ายมันบอกเองไม่ได้ สิ่งที่จะบอกได้มันมีสติมีปัญญานี่ไงว่าถูกหรือผิดไง

ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ถ้ามันสงบสุข มันจะเป็นการยืนยันบอกว่า หลวงปู่มั่นถามไง จิตเป็นอย่างไร จิตน่ะ จิตเป็นอย่างไร

จิตตภาวนา จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ บวชเป็นพระสมมุติสงฆ์ สมมุติว่าเป็นพระ พระโดยสมมุติไง แล้วถ้ามันชนะตนเองขึ้นมาเห็นไหม สมมุติที่ดีงาม

เวลาหลวงตาพระมหาบัวท่านสิ้นกิเลสไง สมมุติสิ้นไปทั้งหมด

สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นสมมุติทั้งนั้น แล้วสมมุติสิ้นไปทั้งหมดมันเป็นอะไรล่ะ แล้วมันเหลืออะไรล่ะ

บอกว่า มันเป็นเอง มันรู้เอง มันเข้าใจเอง มหัศจรรย์ เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต

สงบสุขหรือ เพราะว่าจิตเอ็งยังไม่สงบเลย จิตเอ็งสงบเอ็งจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร เพราะจิตสงบมันมีอะไร มันต้องมีสติ

ที่มามัน “ว่างๆ ว่างๆ”

ทำอย่างไร

“มันว่างเฉยๆ มันว่างเอง มันว่างโดยบุญกุศล”

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เกิดมาในโลกนี้ของฟรีไม่มี มาเกิดกันอยู่นี่ก็เกิดเพราะบุญเพราะกรรม ด้วยอำนาจวาสนาจากพ่อจากแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ให้ชีวิตนี้มา เลี้ยงดูมา รู้จักบุญคุณของพ่อแม่ไหม

เวลาไปบวชเป็นพระไง เวลาไปอยู่กับครูบาอาจารย์ที่ดีงาม “พ่อแม่ครูจารย์” เป็นทั้งพ่อ เป็นทั้งแม่ ดูแลรักษาชีวิตพรหมจรรย์สมณะ แล้วประพฤติปฏิบัติมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาบ้าง

ถ้ามีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอะไรขึ้นมา พ่อแม่จะรู้ว่าลูกเราโง่ ฉลาด มีทรัพย์สินมากน้อยขนาดไหน ถ้าลูกเราโง่ ไม่ฉลาด ไม่มีทรัพย์สิน พ่อแม่จะห่วงคนนั้นมาก ห่วงเพราะอะไร เพราะมันเอาตัวไม่รอด เอาตัวไม่รอด เอาตัวไม่ได้ ถ้ามันเอาตัวมันได้ มันก็เอาตัวมันได้ตั้งแต่ต่อหน้านี้แล้ว มันมีทรัพย์มีสินของมันคือมันมีสติมีปัญญาของมัน ถ้ามันไม่มีทรัพย์ไม่มีสินนะ มันพล่ามๆๆ มันไร้สาระอยู่นั่นน่ะ มันเอาทรัพย์เอาสินมาจากไหน

ทรัพย์สินคือสติ คือสมาธิ

หลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไง พระไม่ทรงศีลทรงธรรม ใครจะทรง

ไอ้นี่มึงไม่ได้ทรงห่าอะไรเลย จะให้คนอื่นทรง จะสอนคนอื่นให้คนอื่นเขามีศีลมีธรรม แล้วศีลธรรมในใจเอ็งอยู่ที่ไหน แห้งผาก ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็มีสติสิ สติก็ยับยั้งหมดแล้ว ถ้ามีสติสัมปชัญญะ ถ้ามีสัจจะความจริงในใจของเอ็ง เอ็งทำอย่างนั้นได้อย่างไร เพราะมันขัดมันแย้ง มันกีดมันขวาง มันไม่เป็นศีลเป็นธรรมไง ถ้าเป็นศีลเป็นธรรมนะ มันเป็นศีลเป็นธรรม

เราก็เรียนมา ธรรมวินัยก็เรียนมา แล้วเรียนไว้ทำไม เรียนไว้เป็นปูนหมายป้ายทางแล้วไปสอนคนอื่น แล้วไม่ทำอะไรเลย แล้วกีดขวางด้วย ถ้าไม่กีดขวางมันจะทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมันกีดขวางธรรมวินัย

ถ้าพูดแบบหลวงตาพระมหาบัว “เหยียบหัวพระพุทธเจ้า” คือเหยียบหัวศีลธรรม เหยียบหัวข้อวัตรปฏิบัติ เหยียยบหัวสิ่งที่เขากระทำกันอยู่ สังคมนี้มันไม่เข้าใจ สังคมนี้มันโง่ กูนี่ฉลาด กูจะบริหาร

เวรกรรมเอ้ย

สังคมเขาคลอดมึงนะ สังคมให้ที่มึงยืนอยู่นะ ดูสิ เวลาพ่อแม่ของเรา เวลาลูกบวชแล้วจะไปสอนพ่อสอนแม่

เฮ้อ! กูอาบน้ำร้อนมาก่อนมึง สังคมเขาอาบน้ำร้อนมาก่อนมึง อาศัยสังคมนั้นขึ้นมา อาศัยหมู่สงฆ์นั้นขึ้นมา อาศัยเขาทั้งนั้น แล้วเหยียบย่ำทำลายไปทั้งหมด เพราะอะไร ถ้าทางโลกก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไอ้นี่มันไม่รู้เลย ไม่รู้บ้าบอคอแตกเลย

วันพระนะ วันพระ วันปกติสุข เป็นศีลเป็นธรรมนะ มันเป็นความปกติสุข แล้วมีความสุขของเขา ขวนขวายทำข้อวัตรปฏิบัติของเราเพราะเป็นเครื่องอยู่ของใจ

ใจเอ็งอยู่ไหน เอ็งหาใจของเอ็งไม่เจอ เอ็งแสวงหาแต่อากาศธาตุ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นธรรมชาติๆ ก็ธรรมชาตินั่นไง ยกยอปอปั้น บ้าบอคอแตก สร้างแต่อาการทั้งนั้น ความจริงมันไม่มี

ความจริงมันมีมันอยู่ที่การก้าว การเดิน การเหยียด การคู้ การอยู่ของเรานี่แหละ ความปกติสุขของใจนี่แหละ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี นี่ยังไม่ภาวนาเลยนะ

ถ้าภาวนาไปแล้ว ถ้าคนเริ่มภาวนาแล้วนะ จะไม่ยุ่งกับใครเลย เพราะอะไร มันเกิดดับๆ มันไม่เสถียรน่ะสมาธิ หัวใจเรามันไม่คงที่ มันก้าวไปไม่ได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้ ไฟไม่เสถียรมันจะอยู่กันได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้หรอก ดำรงชีวิตก็ไม่ได้ ทุกอย่างก็ไม่ได้

แต่นี่ได้ ได้เพราะกิเลสทั้งนั้น ได้เพราะบ้าบอคอแตก แต่พูดเป็นธรรมๆ นะ มันกีดมันขวาง มันบ้าบอคอแตก

ฉะนั้น วันพระ วันพระเป็นวันปกติสุข ถ้ามีศีลมีธรรมนะ มันมีความสุข สุขมากๆ วางความปกติสุข ความเข้าใจกัน เข้าใจ จริตนิสัยมันเหมือนกันไม่ได้หรอก แต่มันเข้าใจโดยข้อวัตรปฏิบัติไง อันเดียวกัน จะมีความคิดความเห็นแตกต่างกัน ถึงเวลาแล้วทำเหมือนกัน เพราะอาศัยอันเดียวกัน ปากท้องเหมือนกัน กินเหมือนกัน แต่ชอบไม่เหมือนกัน อะไรไม่เหมือนกัน ถ้ามันเป็นทางช่องเดียวกัน

จริตนิสัยเอ็งจะคิดอะไรก็ได้ เอ็งจะปฏิบัติอย่างไรก็ได้ ถึงเวลาแล้วข้อวัตรปฏิบัติอันเดียวกัน อย่าทำลาย อย่าล้มล้าง อย่าคิดเลอเลิศว่าฉันจะบริหารเอง ไอ้พวกที่อยู่นี่โง่เง่าเต่าตุ่นทั้งนั้นเลย ไม่บริหาร

นั่นมันทำลายแล้วล่ะ ทำลายเพราะเขาให้เอ็งอาศัยอยู่มาตั้งแต่ต้น

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ ข้อวัตรปฏิบัติ ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว ฝึกหัดพระอรหันต์มามากมายมหาศาล เอ็งจะมาลบล้างวิธีการข้อวัตรปฏิบัติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วเอ็งมีธรรมหรือ เออ! ก็กูแปลกใจฉิบหายเลย เอวัง